แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สกุล Paphiopedilum แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สกุล Paphiopedilum แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2551

รองเท้านารีช่องอ่างทอง


วงศ์ย่อย : Cypripedioideae
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Paphiopedilum X ang-thong
ชื่อไทย : รองเท้านารีช่องอ่างทอง
ชื่ออื่น : รองเท้านารีเหลืองอ่างทอง
เป็นลูกผสมธรรมชาติระหว่างรองเท้านารีขาวสตูลกับรองเท้านารีเหลืองตรัง
ต้น : คล้ายรองเท้านารีขาวสตูลมาก
ใบ : ลักษณะโดยทั่วไปคล้ายรองเท้านารีขาวสตูล ปลายใบมน ใบมีลายสีเขียวอ่อนสลับสีเขียวแก่ ใต้ใบสีม่วงเข้ม
ดอก : กลีบเลี้ยงด้านบนและกลีบดอกคู่ข้างสีขาว มีจุดประกระจายจากโคนกลีบ ก้านดอกยาว จำนวนดอกในช่อ 1 - 3 ดอก
ฤดูดอก : เมษายน - สิงหาคม
แหล่งที่พบในประเทศไทย : บริเวณหมู่เกาะอ่างทอง สมุย และตามเขาหินปูนตั้งแต่ประจวบลงไป ตามภูเขาหินปูนที่ติดชายฝั่ง ในสภาพแวดล้อมเดียวกับรองเท้านารีขาวสตูล
เขตการกระจายพันธุ์ : พบเฉพาะในไทย

รองเท้านารีเหลืองปราจีน


วงศ์ย่อย : Cypripedioideae
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Paphiopedilum concolor ( Lindl. ) Pfitzer
ชื่อสามัญไทย : รองเท้านารีเหลืองปราจีน
ต้น : ลำต้นสั้นแตกกอด้านข้าง มักพบขึ้นตามพื้นดิน
ใบ :ใบค่อนข้างหนา รูปขอบขนาน ปลายหยักมนไม่เท่ากัน ใบด้านบนเขียวแก่สลับเขียวอ่อน ด้านล่างมีลายประสีม่วงกระจาย แผ่นใบกางออกในแนวเกือบระนาบ ขนาดใบ กว้าง 2.5 - 3.5 ซม. ยาว 10 - 20 ซม.
ดอก : ช่อดอกออกที่ปลายยอด ก้านช่อดอกยาว 5 - 7 ซม. สีเขียวหรือเขียวอมม่วง มีขนสั้นนุ่ม จำนวนดอกในช่อ 1 - 3 ดอก กลีบเลี้ยงและกลีบดอกสีเหลืองอ่อน หรือเหลืองเข้ม มีจุดประสีม่วง หรือเลือดหมูกระจายทั่วทั้งดอก ผิวกลีบมีขนละเอียดนุ่ม ขนาดดอกกว้างประมาณ 4 - 7 ซม.
บางครั้งจะพบรองเท้านารีเหลืองปราจีนที่มีดอกสีเหลืองทั้งดอก ไม่มีจุดประ จะเรียก รองเท้านารีนารีเหลืองปราจีนเผือก ( Paph. concolor var.album )
ฤดูดอก : เกือบตลอดปี
แหล่งที่พบในประเทศไทย : พบตามภูเขาหินปูน ที่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 300 - 500 เมตร บริเวณป่าเบญจพรรณที่อยู่ใกล้ทะเล หรือลำธาร ในภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันตก
เขตการกระจายพันธุ์ : จีนตอนใต้ พม่า ลาว กัมพูชา เวียดนาม

วันอาทิตย์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2551

รองเท้านารีคางกบถิ่นใต้


วงศ์ย่อย : Cypripedioideae
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Paphiopedilum callosum ( Rchb. F.) Stein var. sublaeve( Rchb. f. ) Cribb
ชื่อไทย : รองเท้านารีคางกบใต้

ต้น : ลำต้นสั้น
ใบ : ใบค่อนข้างบาง รูปขอบขนาน ปลายแหลมและหยักเป็น 3 แฉกตื้น ด้านบนลายสีเขียวสลับขาวเป็นแถบและหย่อมๆ ด้านล่างสีเขียวลายไม่ชัด
ดอก : ก้านช่อยาว 15 - 20 ซม. สีเขียวอมม่วง มีขนสั้นนุ่ม ขนาดดอกประมาณ 6 ซม. ช่อละ 1-2 ดอก
ฤดูดอก : กุมภาพันธ์ - มิถุนายน
แหล่งที่พบในประเทศไทย : ขึ้นตามพื้นดินในป่าดิบชื้นทางภาคใต้

วันศุกร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2551

รองเท้านารีอินทนนท์

วงศ์ย่อย : Cypripedioideae
ชื่อวิทยาศาสตร์ :Paphiopedilum villosum ( Lindl. ) Stein
ชื่อสามัญไทย : รองเท้านารีอินทนนท์
ชื่ออื่น : เอื้องแมงภู่ เอื้องไข่ไก่
ต้น : ลำต้นสั้น
ใบ : ใบรูปขอบขนานค่อนข้างบางและอ่อน ปลายใบแหลม ผิวด้านบนเขียวเรียบ ด้านล่างมีจุดประเล็กๆ สีม่วงเป็นแนวตามยาว ใบกางออกในแนวรัศมี
ขนาดของใบ ยาว15-20 ซม. กว้าง 2-2.5 ซม.
ดอก : เป็นดอกเดี่ยว ขนาด 7-9 ซม. ก้านช่อดอกยาว 15-20 ซม.
ฤดูดอก : ตุลาคม - กุมภาพันธ์
แหล่งที่พบในประเทศไทย : ตามป่าดิบที่สูงจากระดับน้ำทะเล 1,000 เมตรขึ้นไป ทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
เขตการกระจายพันธุ์ : อินเดีย พม่า ไทย เวียดนาม ลาว

รองเท้านารีเมืองกาญจน์

วงศ์ย่อย : Cypripedioideae
ชื่อวิทยาศาสตร์ :Paphiopedilum parishii ( Rchb. f. ) Stein
ชื่อสามัญ : รองเท้านารีเมืองกาญจน์
ชื่ออื่น : รองเท้านารีหนวดฤษี
ต้น : ลำต้นสั้น
ใบ : ใบรูปขอบขนาน ค่อนข้างหนา ปลายหยักมนไม่เท่ากัน ด้านบนสีเขียวกว่าด้านล่าง เรียงตัวสลับค่อนข้างห่าง กางออกในแนวรัศมี ขนาดของใบ ยาว 25- 40 ซม. กว้าง 3-4 ซม.
ดอก : ขนาดกว้าง 5 -7 ซม. ยาว 8 - 9 ซม. กลีบดอก คู่ข้างยาว 10 -12 ซม. ขอบเป็นคลื่นและบิดเป็นเกลียว ก้านช่อดอกยาวได้ถึง 60 ซม. แกนช่อมักจะโค้งเอนลง จำนวนดอกในช่อ 4 -8 ดอก
ฤดูดอก : มิถุนายน - กันยายน
แหล่งที่พบในประเทศไทย : ในป่าดิบชื้นทางภาคตะวันตก
เขตการกระจายพันธุ์ : จีนตอนใต้ และพม่า